แนะนำให้อ่าน

วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

เก็บดอกรักขายพืชทำเงิน


"ดอกรัก” หรือในบางท้องถิ่นเรียกปอเถื่อน, ปั๋นเถื่อน ที่มักพบตามที่ว่างริมทางหรือหัวไร่ปลายนาที่มีแดดจัด พบทั้งดอกสีขาว และสีม่วง โดยการใช้ประโยชน์จากดอกรักนั้น มีความผูกพันมากับขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยมานานเช่นเดียวกับชื่อที่เป็นไม้นามมงคลมีความหมายถึงความรัก ดังจะพบว่าดอกรักจะถูกนำมาใช้ในงานมงคลต่าง ๆ เช่น มาร้อยทำอุบะมาลัย หรือ ร้อยมาลัยทำเครื่องมงคลถวายพระ หรือสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิธีสำคัญ แม้กระทั่งใบต้นรักเองยังถูกมารองในขันสินสอด และขันเงินในพิธีแต่งงาน
 
อย่างการปลูกต้นรักเพื่อเก็บดอกรักจำหน่ายเป็นการค้านั้น หลายท่านอาจจะเข้าใจว่า “ดอกรัก” ที่นำมาร้อยมาลัยนั้นเป็นสายพันธุ์ที่เราเห็นขึ้นตามริมถนน ซึ่งชาวบ้านเรียกกันว่า “รักแก้ว” ดอกจะมีลักษณะอ้วน ป้อม ดอกเล็ก และมีน้ำหนักน้อย ไม่เป็นที่นิยมของตลาดร้อยมาลัย เช่นเดียวกับดอกรักสีม่วง แต่ตลาดจะมีความนิยมใช้ดอกรักสีขาวพันธุ์ “จิ้งจก” ซึ่งลักษณะของดอกตูมจะดูคล้ายกับปากจิ้งจก ดอกจะมีสีขาวใส มันวาว ทรงดอกยาวใหญ่ และมีน้ำหนักคล้ายกับดอกรักที่ทำมาจากพลาสติก เกษตรกรเก็บดอกรักจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 10-300 บาท 
 
ซึ่งราคาจะแพงในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น วันพ่อ วันแม่ วันเข้าพรรษา วันมาฆบูชา แล้วราคาจะสูงมากในช่วงฤดูหนาวราวเดือนตุลาคม-มกราคมของทุกปี ดอกรักจะมีราคาสูงมาก เพราะเป็นช่วงต้นรักจะให้ดอกน้อย การขยายพันธุ์ต้นรักที่นิยม คือ การปักชำด้วยกิ่ง โดยตัดกิ่งต้นรักให้มีความยาวราว 30-40 เซนติเมตร ขุดหลุมปลูกกว้าง, ยาวและลึก 30 เซนติเมตร จากนั้นวางท่อนพันธุ์ให้เฉียง 45 องศา ราว 3-5 กิ่ง โดยจะปลูกระยะ 3x3 เมตร ควรปลูกในช่วงฤดูฝนราว 2-3 เดือน ต้นรักก็จะสามารถเก็บดอกจำหน่ายได้ เกษตรกรที่มีความชำนาญในช่วงเช้าในแต่ละวันจะสามารถเก็บดอกรักได้ราว 3-5 กิโลกรัม
 
การเก็บดอกรักควรระวังยาง เนื่องจากยางของต้นรักเป็นเอนไซม์ประเภทหนึ่งจะค่อนข้างเป็นอันตรายมีฤทธิ์กัดกร่อน หากถูกผิวหนังหรือเข้าปากก็จะทำให้ระคายเคือง แสบคัน มีพิษต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้อาเจียนและถ่ายอย่างแรง หากถูกศีรษะก็จะทำให้ผมร่วงได้ หรือ หากยางกระเด็ดเข้าตา จะทำให้ตาพร่ามัวหรือตาบอดได้จึงต้องระวังอย่างยิ่ง หากโดนยางของต้นรักบริเวณผิวหนังต้องรีบล้างด้วยน้ำสะอาดโดยทันที หากยางเข้าตาหลังจากล้างน้ำแล้วให้รีบไปพบแพทย์ ในการป้องกันยางต้นรักสำหรับเกษตรนั้นจะต้องแต่งกายให้มิดชิด ใส่แว่นตา สวมหมวก ใส่ถุงมือ เช่น อาจจะใช้ถุงหิ้วพลาสติกแทนถุงมือ และอาจจะนำลูกโป่งมาใส่นิ้วมือแทนปลอกนิ้ว เป็นต้น เพื่อให้ปลอดภัยจากยางต้นรัก
 
ในทางประโยชน์ด้านสมุนไพรนั้น ตำรา ยาแผนโบราณจะใช้ ดอก แก้ไอ แก้หืด เปลือกต้น ทำให้อาเจียน เปลือกราก แก้บิด ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ทำให้อาเจียน ยาง ยาถ่ายอย่างแรง แก้ปวดฟัน ปวดหู ขับพยาธิ แก้กลากเกลื้อน แต่อย่างไรควรศึกษาวิธีการใช้จากผู้รู้ให้ดีเสียก่อน.
ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 1 พฤษภาคม 2552
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=197792&NewsType=1&Template=1

ชะอมพืชปลูกง่าย


งินลงทุน :   ครั้งแรกประมาณ 2,500 บาท/ไร่ (ไม่รวมค่าที่ดิน) (กิ่งพันธุ์ถุงละ 3-5 บาท)
รายได้ :   ประมาณ 2,000 – 2,500 บาท/ไร่
วัสดุ/อุปกรณ์ :   กิ่งพันธุ์ ปุ๋ย จอบ ถุงพลาสติก กรรไกร
แหล่งจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ :
-
ร้านจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตรทั่วไป
-
กิ่งพันธุ์ หาซื้อได้ตามร้านเพาะชำกล้าไม้
วิธีดำเนินการ :
1.
การปักชำกิ่งชะอม ต้องเลือกกิ่งที่มีลักษณะไม่อ่อนไม่แก่เกินไป โดยดูลักษณะจากสีกิ่งจะมีสีขาวจนถึงขาวอมเขียว หรือกิ่งที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี นับแต่วันที่แตกยอดออกมา แต่ต้องไม่ เป็นกิ่งที่แก่จัดจนเกินไป เพราะรากและยอดจะแตกน้อย
2.
ใช้มีดคม ๆ ตัดเป็นรูปปากฉลามเฉียงประมาณ 45 องศา ต้อง ตัดครั้งเดียวให้ขาดและไม่แตกความยาวประมาณ 6-7 นิ้ว
3.
การเตรียมดิน ต้องเป็นดินค่อนข้างร่วน ไม่เหนียวมาก ไม่เป็นทรายจัดถ้าเป็นดินที่ได้จากเศษใบไม้ใต้ต้นฉำฉาจะดีมาก
4.
นำดินที่เตรียมไว้แล้วมากรอกใส่ถุงพลาสติกสีดำ ขนาด 2.5 x 7 นิ้ว เจาะรูสองข้างเพื่อให้ระบายน้ำได้ดี ต้องกรอกดินใส่ให้เต็ม กดให้แน่น
5.
นำเอากิ่งมาปักชำลงในถุงให้จมลงไปครึ่งหนึ่งของกิ่งทั้งหมด ในลักษณะเอียงเล็กน้อย แต่ละถุงจะปักชำลงไป 2 กิ่ง แล้วกดดินให้แน่น ถ้าดินยุบให้เติมดินให้เต็มก่อน จึงนำไปวางไว้ในร่มรำไร รดน้ำทุกวันเช้า-เย็น
6.
ประมาณ 15 วัน กิ่งชะอมจะแตกยอดออกมายาวประมาณ 4-5 นิ้ว ให้แยกชะอมมาวางเป็นกลุ่ม ๆ อย่าให้หนาแน่นเกินไป ดูแลให้ครบ 1 เดือน ก็สามารถนำไปปลูกหรือจำหน่ายได้
7.
การปลูกต้นชะอมให้ขุดดินเป็นร่องยาวให้ลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร แต่ละร่องห่างกัน 1.5 เมตร แต่ละหลุมวางระยะให้ห่างประมาณ 50 เซนติเมตร เมื่อนำถุง ชะอมลงปลูกแล้ว ก็กดดินให้แน่น รดน้ำบ่อย ๆ จนถึง 1 เดือน ชะอมก็จะตัดยอดจำหน่ายได้
8.
การดูแลชะอมในแปลงที่ตัดยอดขายนั้น ต้องให้ปุ๋ยยูเรีย อัตราไร่ละ 3 กิโลกรัม หว่านในร่องทุก ๆ 2 สัปดาห์ รดน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งให้ดินชุ่ม ชะอมจะแตกยอดให้เก็บได้ทุกวัน

ตลาด/แหล่งจำหน่าย :   ตลาดสด แหล่งชุมชน ขายส่งร้านขายผักหรือร้านอาหาร
ข้อแนะนำ :
1.
การนำกิ่งที่นำมาชำต้องเป็นกิ่งที่ตัดมาจากต้นสด ๆ ไม่ทิ้งค้างคืน การแตกรากและยอดจะสมบูรณ์ภายในระยะเวลาอันสั้น
2.
การปักชำควรระวังเรื่องการปักชำผิดด้าน ถ้าเอาด้านปลายลงชะอมจะใช้เวลาแตกยอดแตกรากนานกว่ากิ่งที่ใช้โคนปักและกิ่งจะไม่แข็งแรง